SPOILPERMOVIE

TITANS SS2 NETFIXE SPOIL จัดเต็ม !

TITANS SS22 เรื่องย่อสั้น ซีรีย์ ดำเนินมาถึงช่วง SS2 โดยทาง ดิ๊ก เกรย์สัน หรือ โรงบิน ผู้ช่วยชื่อดังของ แบทแมน เมื่อเติมโตขึ้นได้แยกตัวมาทำงานเป็นนายตำรวจสืบสวนที่เมื่องดีทรอยต์ เพื่อหวังลืมอดีตที่เจ็บปวดรวมถึงความขัดแย้งบางอย่างกับ บรู๊ซเวย์น หรือ แบทแมน แต่วันหนึ่งเขาก็ได้เข้ามาพัวพันกับคดีปริศนา เมื่อเด็กสาวแรกรุ่นที่ชื่อ เรเชล หรือ เรวน ที่ได้มาขอความช่วยเหลือจากเขา รวมถึงการพบกันกับ คอรี่ หรือ สตาร์ไฟเออร์ และ การ์ หรือ บีสต์ ก็ทำให้ทั้งสี่ต้องรวมพลังกันต่อสู้ แบบเฉพาะกิจ ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งทีม TITANS  ซึ่งเป็นการรวมพลังของเหล่าฮีโร่วัยรุ่นที่ไร้หลักยึดและขาดจุดมุ่งหมายเหล่านี้ รวมถึงการฝึกฝนให้พวกเขาสามารถควบคุมและใช้พลังพิเศษเพื่อปกป้องผู้คนและจัดการเหล่าร้ายได้ แต่ปรากฏว่าการรวมทีมไททันส์ครั้งใหม่ก็ไม่ได้ง่ายเสมอไป อย่างที่คิดไว้เมื่อดิ๊กได้ พบว่า เจ้าตัวร้ายอย่าง Deathstroke นักฆ่าอันดับต้นๆของโลก ซึ่งเป็นอดีตศัตรูร้ายแรงที่เคยมีเรื่องบาดหม่างกับทีมไททันส์ชุดแรกมาก่อนและเจ้าตัวร้ายตัวนี้หวนกลับมาอีกครั้งพร้อมกับนำรอยแผลแห่งความผิดพลาดที่พวกเขาไม่อยากจดจำได้กลับมาด้วยแถมยังส่งผลกระทบที่ทำให้เกิดความร้าวฉานกับสมาชิกไทยทันส์รุ่นปัจจุบันพอสมควรเลย ทั้งนี้ TIANS SS2 นี้จึงเป็นศึกใหญ่ที่ไม่ใช่แค่การต่อสู้ระหว่างฮีโร่และตัวร้ายอย่างเดียว รวมไปถึงภายในจิตใจของเหล่าฮีโร่หนุ่มสาวที่อยู่ระหว่างการเติมโตอีกด้วย แต่ซีรีส์เรื่องนี้ก็คงเป็นอีกมุมมองของแนวฮีโร่ที่ไปได้ไกลเกิดกว่าแค่การเป็นซีรีส์ฮีโร่ทั่วไป ไม่เพียงแต่กล้าเล่าเรื่องในแบบโคตรดาร์ก โคตรดิบ 18+ แล้วยังจะเลือกเล่ารวมต่างๆของฮีโร่แต่ละคนที่มีภาพลักษณ์ขาวสะอาดว่าแท้จริงแล้วทุกคนก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดานั้นแหล่ะ …

Jumanji The Next Level หนังดีที่ไม่ควรพลาด

การกลับมาสานต่อความสำเร็จของหนัง Jumanji ที่ภาคที่แล้ว หลังจากหลังสามารถทำรายได้แบบเป็นหน้าม้ามีดของปี 2017 กับรายได้มหาศาลมากถึง 962 ล้าน มันก็ทำให้ทางสตูดิโอจะไม่รอช้ารีบทำภาคต่ออย่างรวดเร็วซึ่งการมาของภาคต่อในครั้งนี้ ก็คงต้องบอกว่าเป็นภาคต่อที่ดีขึ้น สนุกขึ้น โคยความดีงามของหนังภาคนี้ ก็ยังคงเป็นเหล่า คาแร๊คเตอร์ ที่ได้เหล่าดาราคุณภาพมาแสดง การที่เราได้เห็น THE ROCK และ Kevin Hart มาเล่นเป็นคนแก่ เป็นอะไรที่วิเศษมากสำหรับหนังภาคนี้ บทสนทนาของเหล่าตัวละครในภาคนี้ มันทั้งสร้างความแตกต่างและความฮาแบบไม่เหมือนภาคก่อนแบบสิ้นเชิง ชอบการแสดงของทั้งสองในเรื่องนี้มาก ใครจะไปคิดว่าวัตถุดิบดาราทั้งสองที่เต็มไปด้วยความซ้ำซามแบบเดิมๆที่เราคุ้นเคยจากหนังหลายๆเรื่อง จะสามารถสร้างความแตกต่างได้ในหนังภาคต่อเรื่องนี้ ส่วนในจุดที่ความดีงานของ The Next Level ก็คือการลบจุดไม่ดีของภาคที่แล้วออกไป ที่จะทำให้เรารู้สึกเบื่อหน่ายกับมันมากเวลาที่เล่าเรื่องที่ไม่ใช่ Jumanji แต่หนังภาคนี้จะทำให้เรารู้สึกประทับใจและอยากติดตามไปกับมันได้ การปรับความยากจากภาคที่แล้วมันดูง่ายมาก ภาคคงทำให้เกมส์มันดูยากขึ้น จนทำให้เรารู้สึกลุ้นไปกับหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน สรุปได้คร่าวๆว่า หนังเรื่องเป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่เราควรติดตามอย่างมากบวกไปถึงความบันเทิงและฉากฮาๆในหนังอีกหลายฉาก เราไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน ขอบคุณข้อมูลข่าวสารจาก UFABET

Ford V Ferrari ใหญ่ชนยักษ์ หนังใหม่ที่ไม่ควรพลาด !!

Frod V Ferrari   เรื่องราวว่าด้วยสมัยนั้นเจ้าแห่งรถแข่งอย่าง Ferrari มีผลประกาบการที่ย่ำแย่ จน Ford อยากจะเทคโอเวอร์สุดๆแต่สุดท้ายก็โดน Ferrari ปั่นราคาแล้วไปขายให้แก่บริษัทอื่นทำให้ตัวเจ้าของ Ford เองนั้นเสียหน้าเป็นอย่างมากจนอยากจะเอาคืน ด้วยการสร้างการแข่งขันรถแข่งขึ้นมาแข่งในนามเพื่อให้ชนะ Ferrari ให้จนได้ แต่นนี่คือสงครางชิงเจ้ารถแข่งในยุคสมัยนั้น นี่เป็นเพียงเนื้อหาแค่ คราวๆ แต่ถ้าอยากรู้เรื่องหรือจับใจความให้ได้มากกว่าเราต้องไปติดตามที่ในโรงหนังกัน ทั้งนี้เป็นการสปอย์สั้นๆ ทั้งนี้หลังได้จบแล้วผมรู้สึกได้เลยว่าเรื่องนี้มีความตั้งใจจะนำเรื่องราวจริงๆ มาถ่ายทอดให้สนุกขึ้นในหลายๆมุมมองของภาพยนต์ ทำให้น่าติดตามและเอาใจช่วยทีมงานของ Ford ให้สร้างรถแข่งให้สำเร็จ รวมไปถึงหมั่นไส้นายทุน หรือผู้บริหารบางคนที่จะพยายามจะตัดขาและขัดคว้างเขาในการซื้อบริษัท เรื่องรานในหนังไปเทียบกับชีวิตจริงของแต่ละคนได้เลย แต่ก็ทำให้ในส่วนนี้คนดูอาจจะอินจัดและอินหนักมาก ยิ่งดูยิ่งทำให้สนุกขึ้นถึงแม้ว่าแนวหนังจะไม่ใช่หนังที่สไตล์หลายๆคนชอบดูแต่บทสรุปของหนังเรื่องนี้ก็มีเซอร์ไพร์ และ ลายละเอียดภาพของหนังนั้นทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว  สรุปได้สั้นๆเลยว่าเป็นหนังที่เราควจไปติดตามรับชมกันมาก และแนวหนัง ก็ทำให้ คนดูลุ้น อิน เอาใจช่วยตัวละครตลอดทั้ง 2 ชั่งโมงเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็คะแนนที่ผมจะให้กับหนังเรื่องเป็นเพียง 8/10 เพราะแนวหนังดัดแปลงมาจากเรื่องจริงเป็นส่วนมากถ้าเอาเรื่องจริงมาทำจริงๆผมก็จะให้ 9/10 ในส่วนตัวของผมนะครับ แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นหนังที่ผมแนะนให้ทุกคนไปติดตามรับชมดูนะ ขอบคุณสปอย์จาก UFABET1688,UFABET

Yesterday เมื่อคนทั้งโลกไม่รู้จัก The Beatles

Yesterday มีพลอตที่น่าสนใจอย่างมากเอามาต่อหยิบจับต่อยอดได้ โดยเฉพาะสาวก The Beatles ด้วยแล้ว บทเพลงมากมายที่ถูกร้องเรียกในเรื่องมันลงตัวกับสถานถารณ์ที่เป็นไปของ แจ็ก และบทบาทของ เอลลี่ ส่วนตัวคิดว่าเธอช่วยให้หนังสดใสมากๆ แม้เคมีเวลาเข้าฉากกับ ฮิเมช จะไม่ถึงกับเป๊ะมากสำหรับคู่นี้ แต่ด้วยตัว ลิลี เธอมีเสน์หตรึงคนดูได้ และโคตชใช่กับบทบาทของครูสาวบ้านๆ โก๊ะๆ แต่แฝงไปด้วยความฉลาด ยิ่งดูก็ยิ่งเคลิ้มไปกับเธอกันเลยทีเดียว ตัวหนังยังเดินไปด้วยจำหวะแบบฮาๆ นิดๆหน่อยๆ แบกจิกกัดเรื่องวัมนธรรมพอป ที่สร้างสรรค์ดีตามสไตล์ของ แดนนี่ ยอล์ แถมยังมีไออินสินค้าที่ทรงพลังมากๆ ของแบรด์ใส่มาด้วย ทั้งหมดผมขอเรียกเป็น advertorial scene ที่ช่างลงตัวกับพลอดซะจริงๆ  ในส่วนมุมของแฟนเพลงของ The Beatles มายาวนานที่พอรู้สึกลึกถึงเนื้อเพลงแต่ละเพลงของวงนี้ และผมรู้สึกประทับใจที่หนังเรื่องนี้ให้เกียรติและพยายามถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ในบทเพลงของ The Beatles  ของสมาชิคทั้ง 4 คนให้กับคนดู ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องรู้จัก The Beatles ก็สามารถอินไปกับหนังด้วยได้ง่ายมาก และอีกอย่างที่รู้ผมรู้สึกเสียดายอย่างหนึ่งคืนหนังเรื่องนี้ให้เวลากับบทเพลงการละเลียดบทเพลงของ The Beatles น้อยกว่าที่ควรจะเป็น หลายฉากมาเป็นเพียงท่อนฮุคและตัดสลับไปอีกเพลงแบบเร็วๆ ไม่มีจุดพีคที่หน้าตื่นเต้น อะไรเลย แต่หากไม่คิดอะไรมากมันเป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่งเลยแหล่ะ …

Peaky Blinders Review Series Netfix

การดำเนินเรื่องของ Peaky blinders  จะไม่เน้นเรื่องราวที่ฉาบฉวยมากนัก แต่จะเน้นไปที่การเล่าเรื่องราวและรายละเอียดต่างๆ เน้นไปที่อารมณ์ของนักแสดง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำไว้ได้ดีมากๆ ทำให้คนดูรู้สึกมีส่วนร่วม และรู้ตัวอีกทีก็จบซีซั่นไปแล้ว แต่สำหรับซีซั่น 5 นั้นไม่ใช่เลย เพราะการปรับเรื่องราวให้มีความ กระชับมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็สามารถปูเนื้อหาอื่นๆที่สอดคล้องกันแทรกเข้ามาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะดูไม่ขาดไม่เกินเกินไป โดยตัวเอกของเรื่องอย่าง โทมัส เชลบี้ หัวหน้าแก๊งค์ Peaky Blinders ในซีซั่น 5 นี้ จะได้เห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวมีความเติมโตเป็นผู้ใหญ่มาก จากเมื่อกอ่นที่เขาจะเป็นคนที่มือสะสางปัญหาต่างๆด้วยตัวเองตลอด แต่เมื่อโทมัส ได้เลือกเส้นทางเป็น นักการเมืองแล้ว การที่จะลงมาจัดการกับปัญหาต่างๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เคยเป็น เขาจึงต้องเลือกทำแบบ ทำน้อยลง แต่ คิดมากขึ้น ซึ่งเราก็มองว่าเป็นอีกหนึ่งการพัฒนาของตัวละครที่มาขึ้นส่งผล ให้การดำเนินเรื่องความเข้มข้นในด้านเนื้อหาเพิ่มขึ้นมาทันที ถึงแม้จะมีการขมวดเรื่องราวให้มีความรวดเร็วขึ้น แต่หาประเด็นต่างๆ ก็ยังคงเข้มข้นไม่เปลี่ยนแปลงเฉพาะเส้นเรื่องยังคงคาดเดาไม่ได้ ตามสไตล์ ของ Series เรื่องนี้บอกเลย ทำมาได้ดีมากจริงๆ ทั้งในแง่ของการ ตัดต่อเอฟเฟ็กต์ต่างๆ การเล่าเรื่อง รวมไปถึงการแสดงของนักแสดง ทั้งนี้ทางผู้กับกำปูเนื้อเรื่องมาได้ดีมากๆ ความรู้สึกของผมที่ดูจบแล้วทั้ง 5 ซีซั่นนั้น ก็อยากจะดูซีซั่นที่ 6 …