SPOILPERMOVIE

Yesterday เมื่อคนทั้งโลกไม่รู้จัก The Beatles

Yesterday มีพลอตที่น่าสนใจอย่างมากเอามาต่อหยิบจับต่อยอดได้ โดยเฉพาะสาวก The Beatles ด้วยแล้ว บทเพลงมากมายที่ถูกร้องเรียกในเรื่องมันลงตัวกับสถานถารณ์ที่เป็นไปของ แจ็ก และบทบาทของ เอลลี่ ส่วนตัวคิดว่าเธอช่วยให้หนังสดใสมากๆ แม้เคมีเวลาเข้าฉากกับ ฮิเมช จะไม่ถึงกับเป๊ะมากสำหรับคู่นี้ แต่ด้วยตัว ลิลี เธอมีเสน์หตรึงคนดูได้ และโคตชใช่กับบทบาทของครูสาวบ้านๆ โก๊ะๆ แต่แฝงไปด้วยความฉลาด ยิ่งดูก็ยิ่งเคลิ้มไปกับเธอกันเลยทีเดียว ตัวหนังยังเดินไปด้วยจำหวะแบบฮาๆ นิดๆหน่อยๆ แบกจิกกัดเรื่องวัมนธรรมพอป ที่สร้างสรรค์ดีตามสไตล์ของ แดนนี่ ยอล์ แถมยังมีไออินสินค้าที่ทรงพลังมากๆ ของแบรด์ใส่มาด้วย ทั้งหมดผมขอเรียกเป็น advertorial scene ที่ช่างลงตัวกับพลอดซะจริงๆ  ในส่วนมุมของแฟนเพลงของ The Beatles มายาวนานที่พอรู้สึกลึกถึงเนื้อเพลงแต่ละเพลงของวงนี้ และผมรู้สึกประทับใจที่หนังเรื่องนี้ให้เกียรติและพยายามถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ในบทเพลงของ The Beatles  ของสมาชิคทั้ง 4 คนให้กับคนดู ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องรู้จัก The Beatles ก็สามารถอินไปกับหนังด้วยได้ง่ายมาก และอีกอย่างที่รู้ผมรู้สึกเสียดายอย่างหนึ่งคืนหนังเรื่องนี้ให้เวลากับบทเพลงการละเลียดบทเพลงของ The Beatles น้อยกว่าที่ควรจะเป็น หลายฉากมาเป็นเพียงท่อนฮุคและตัดสลับไปอีกเพลงแบบเร็วๆ ไม่มีจุดพีคที่หน้าตื่นเต้น อะไรเลย แต่หากไม่คิดอะไรมากมันเป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่งเลยแหล่ะ …

Peaky Blinders Review Series Netfix

การดำเนินเรื่องของ Peaky blinders  จะไม่เน้นเรื่องราวที่ฉาบฉวยมากนัก แต่จะเน้นไปที่การเล่าเรื่องราวและรายละเอียดต่างๆ เน้นไปที่อารมณ์ของนักแสดง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำไว้ได้ดีมากๆ ทำให้คนดูรู้สึกมีส่วนร่วม และรู้ตัวอีกทีก็จบซีซั่นไปแล้ว แต่สำหรับซีซั่น 5 นั้นไม่ใช่เลย เพราะการปรับเรื่องราวให้มีความ กระชับมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็สามารถปูเนื้อหาอื่นๆที่สอดคล้องกันแทรกเข้ามาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะดูไม่ขาดไม่เกินเกินไป โดยตัวเอกของเรื่องอย่าง โทมัส เชลบี้ หัวหน้าแก๊งค์ Peaky Blinders ในซีซั่น 5 นี้ จะได้เห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวมีความเติมโตเป็นผู้ใหญ่มาก จากเมื่อกอ่นที่เขาจะเป็นคนที่มือสะสางปัญหาต่างๆด้วยตัวเองตลอด แต่เมื่อโทมัส ได้เลือกเส้นทางเป็น นักการเมืองแล้ว การที่จะลงมาจัดการกับปัญหาต่างๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เคยเป็น เขาจึงต้องเลือกทำแบบ ทำน้อยลง แต่ คิดมากขึ้น ซึ่งเราก็มองว่าเป็นอีกหนึ่งการพัฒนาของตัวละครที่มาขึ้นส่งผล ให้การดำเนินเรื่องความเข้มข้นในด้านเนื้อหาเพิ่มขึ้นมาทันที ถึงแม้จะมีการขมวดเรื่องราวให้มีความรวดเร็วขึ้น แต่หาประเด็นต่างๆ ก็ยังคงเข้มข้นไม่เปลี่ยนแปลงเฉพาะเส้นเรื่องยังคงคาดเดาไม่ได้ ตามสไตล์ ของ Series เรื่องนี้บอกเลย ทำมาได้ดีมากจริงๆ ทั้งในแง่ของการ ตัดต่อเอฟเฟ็กต์ต่างๆ การเล่าเรื่อง รวมไปถึงการแสดงของนักแสดง ทั้งนี้ทางผู้กับกำปูเนื้อเรื่องมาได้ดีมากๆ ความรู้สึกของผมที่ดูจบแล้วทั้ง 5 ซีซั่นนั้น ก็อยากจะดูซีซั่นที่ 6 …